ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
ประวัติโรงเรียน
ประวัติโรงเรียน

ประวัติโรงเรียนอนุบาลละงู              

ข้อมูลทั่วไปของโรงเรียน

                โรงเรียนอนุบาลละงู  เดิมชื่อโรงเรียนประชาบาลตำบลโกตา 1 ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2460  โดยกระทรวงธรรมการ  ตัวโรงเรียนเป็นอาคารชั่วคราว  ตั้งอยู่ในเขตท้องที่หมู่ที่ 4  ตำบลกำแพง  บริเวณอาคารพานิชย์ ฝั่งตะวันตกของถนนกลางย่านชุมชนในปัจจุบันนี้  ขณะนั้นมีนักเรียนประมาณ 40 -50 คน  ครู 1 2 คน  มีนายประทีป ณ ถลาง  ได้เป็นครูใหญ่ จนถึงปี พ.ศ. 2462 นายประทีป    ถลาง  ได้ลาออก  ทางราชการได้ตั้งนายเธียร  มุตะธีระ  ให้ดำรงตำแหน่งสืบมา  แบะได้ย้ายโรงเรียนมาตั้งใหม่ในที่ดินซึ่งนายหิ้น  ล่ำตัด  ปัจจุบันนี้  อาคารเรียนเป็นอาคารเรียนชั่วคราว  ต่อมาได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียน  1  หลัง  คือ  หลังที่การศึกษานอกโรงเรียนขอใช้อยู่ในปัจจุบันแต่ยังไม่ทันเสร็จ  นายเธียร  มุตะธีระ  ได้ถึงแก่กรรมเสียก่อน  เมื่อวันที่ 18  มิถุนายน  2484  ทางการได้แต่งตั้งนายชอบศักดิ์  มณีพันธุ์  ครูใหญ่โรงเรียนบ้านปากละงู  มาดำรงตำแหน่งแทน  ตั้งแต่วันที่ 16  มิถุนายน  2484  ต่อมานายชอบศักดิ์ มณีพันธุ์  ได้ลาออกไปเป็นเสมียนสำนักงานศึกษาธิการ  จังหวัดสตูล  เมื่อวันที่ 30  กันยายน  2484  ทางราชการได้สั่งให้นายสำรอง รัตนดิลก  ณ ภูเก็ต  ไปดำรงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนอื่นพร้อมกับแต่งตั้งนายขำ  ชูสกุล มาดำรงตำแหน่งแทน  จนถึง พ.ศ. 2487  ทางราชการจึงได้สับเปลี่ยนตำแหน่งให้นายสำรองมาเป็นครูใหญ่อีกครั้ง เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2487  ระยะนี้โรงเรียนได้รับการปรับปรุงขึ้นบ้างแล้ว  แต่ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในสภาพเดิม  จำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นประมาณ 200 240 คน  ครู  4- 7 คน  ต่อมา พ.ศ. 2487  ทางราชการได้ย้ายสับเปลี่ยนระหว่างนายสำรอง  รัตนดิลก ณ ภูเก็ต  กับนายขำ  ชูสกุล  อีกครั้ง  โดยให้นายขำ ชูสกุล มาเป็นครูใหญ่ที่โรงเรียนนี้เป็นรอบที่ 2  ได้ทำการต่อเติมอาคารเรียนและสร้างอาคารเรียนชั่วคราวขึ้นอีก 1 หลัง  สร้างโรงอาหาร  กั้นรั้วลวดหนามบริเวณโรงเรียน  การเรียนการสอนก็เปลี่ยนจากหลักสูตรธรรมดามาใช้หลักสูตรฉบับปรับปรุง  พ.ศ. 2501  พร้อมกับเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็นโรงเรียนตลาดกำแพง

                เมื่อปี พ.ศ. 2497  นายลอย  เทพไชย  ศึกษาธิการอำเภอละงูได้ขออนุมัติจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลละงุเป็นโรงเรียนมัธยมสามัญสังกัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นโรงเรียนแรกในอำเภอละงู  เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ครูใหญ่โรงเรียนตลาดกำแพง คือ นายขำ  ชูสกุล  ให้รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนละงู  ซึ่งเปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 20  พฤษภาคม  2497  ส่วนโรงเรียนตลาดกำแพง  นายน้อม  เพชรชู  มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่แทนจนถึงวันที่ 10  กรกฎาคม  2497  กรมสามัญได้แต่งตั้งนายผ่อง  สุดเหลือ  ครูจัตวา  โรงเรียนสตูลวิทยา   มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนละงู  ให้นายขำ  ชูสกุล  กลับมาดำรงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนเดิม  คือโรงเรียนตลาดกำแพง  และให้นายน้อม  เพชรชู  ไปเป็นครูใหญ่โรงเรียนบ้านท่าแลหลา  ในช่วงเวลานี้มีการสับเปลี่ยนครูใหญ่เป็นประจำ  นายผ่อง   สุดเหลือ  ขอย้ายไปโรงเรียนเดิม  คือ  โรงเรียนสตูลวิทยา  ทางราชการจึงให้นายขำ  ชูสกุล  มารักษาการแทนในตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนละงู  นายน้อม  เพชรชู  มารักษาการในตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนตลาดกำแพงอีกครั้ง  ต่อมานายขำ  ชูสกุล  ลาอุปสมบท  นายน้อม  เพชรชู  รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนละงู  จนถึงวันที่ 11 ตุลาคม  2498  ทางราชการจึงได้แต่งตั้งนายเสรี  ลิ่มวิริยะกุล  มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่  โรงเรียนบ้านป่าแก่บ่อหิน  นายแก้ว  นองมณี  รักษาการแทนต่อไป  เมื่อวันที่ 10  มีนาคม  2502  กรมสามัญศึกษาได้ยุบโรงเรียนตลาดกำแพง  มารวมเป็นโรงเรียนละงูเปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 7  ให้โรงเรียนกำแพงวิทยาเปิดรับสมัครนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 6  แทนโรงเรียนละงู  สังกัดกรมสามัญศึกษา  โรงเรียนละงูสังกัดกองการศึกษาพิเศษ  นายเสรี  ลิ่มวิริยะกุล  ได้ปรับปรุงอาคารสถานที่บริเวณโรงเรียนให้ดียิ่งขึ้น  ได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียนแบบ  008  จำนวน  3  หลัง  เริ่มสร้าง  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 2516  มีอาคารที่สมบูรณ์แบบเพียงพอกับจำนวนนักเรียน  เมื่อปี พ.ศ. 2514  องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลแต่งตั้งนายเสรี  ลิ่มวิริยะกุล  ครูใหญ่โรงเรียนละงู  รักษาการหัวหน้าหมวดการศึกษาอำเภอละงู  เมื่อวันที่ 24  สิงหาคม 2514  ให้นายสมบัติ  ชยันตรภรณ์  ผู้ช่วยครูใหญ่รักษาการแทนครูใหญ่โรงเรียนละงูจนเกษียณอายุเมื่อ พ.ศ. 2516  ทางราชการได้แต่งตั้งนายสำราญ  ลิ่มวิริยะกุล  ครูใหญ่โรงเรียนตะโล๊ะใสมารักษาการแทนครูใหญ่โรงเรียนละงู  เมื่อวันที่ 18  กันยายน 2516  ในขณะนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ยุบ ประถมศึกษาปีที่ 7  โดยให้โรงเรียนเปิดขยายการศึกษาภาคบังคับเพียง 6 ปี คือ ป.1- ป.6  นายสำราญ  ลิ่มวิริยะกุล  ได้ปรับปรุงพัฒนาโรงเรียนเจริญในทุก ๆ ด้าน  มีนักเรียน  700 800 คน   ครู  42 คน โรงเรียนได้รับรางวัลพระราชทานและสามารถยกระดับโรงเรียนเป็นตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนได้  นายสำราญ  ลิ่มวิริยะกุล   เกษียณอายุราชการเมื่อ 30  กันยาน 2535  นายเกษม  ปิสิตโร  เป็นผู้ช่วยอำนวยการโรงเรียนได้จนถึง 30  สิงหาคม  2536  ทางการจึงได้แต่งตั้งนายสุเมธี  บุญไธสง  ซึ่งสอบบรรจุเข้าสู่ตำแหน่งได้  มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลละงู  นายสุเมธี  บุญไธสง  ได้ปรับปรุงโรงเรียนก้าวหน้าไปตามลำดับ  จนถึงวันที่  12  มกราคม  2539  ทางราชการได้แต่งตั้งย้ายนายสุเมธี  บุญไธสง  ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากช่อง  อำเภอจะหาบทราย  จังหวัดบุรีรัมย์  ตามคำร้องขอย้ายนายสุเมธี  บุญไธสง  เพื่อกลับภูมิลำเนา  นายเกษม  ปิสิตโร  ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนรักษาการในตำแหน่งจนถึงวันที่  17  กุมภาพันธ์  2539  ทางราชการได้แต่งตั้งนายประมูล  ชาชะ  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากบารา  มาดำรงผู้อำนวยการโรงเรียนละงู    นายประมูล  ชาชะ  ได้ปรับปรุงโรงเรียนทุกด้านให้เจริญยิ่งขึ้น

                โรงเรียนละงูมีพื้นที่ทั้งหมด  44  ไร่  4  งาน  41.07  ตารางวา  ตามหลักฐานในทบ. 5 แปลงที่ สต. 7389  , 93 และ 94  แปลงที่ 73  ได้มาโดยนายหิ้น  ล่ำตัด  เป็นผู้บกให้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษามีเนื้อที่  4  ไร่  ซึ่งมีอาณาเขตดังนี้

                ทิศเหนือจรดถนนหลวงสายละงู  -  สตูล

                ทิศตะวันออกเจรดที่ดินนายหิ้น  ล่ำตัด

                ทิศใต้จรดที่ดินนายหวันจิ  หวันตาหลา  และนายศิริ  จ่อใจ

                แปลงที่  89 93  ได้มาโดยการแลกเปลี่ยนกับนายเซ่ง  ฮ่องจุ้ย  และนายตุก  อโณทัย  โดยแลกเปลี่ยนที่กับที่ดินเดิมของโรงเรียนประชาบาลตำบลโกตา  1  แปลงที่ 94  พระยาสุมันตรัฐบรินทร์เป็นผู้ลงนามไว้เพื่อการศึกษา  ที่ดิน  3  แปลงนี้เนื้อที่รวมกันได้  37  ไร่ 2  งาน 30.07  ตารางวา  ปัจจุบันเป็นที่ตั้งอาคารเรียน  บ้านพักครู  ที่ว่าการอำเภอ  เดี๋ยวนี้เป็นเทศบาลตำบลกำแพง  ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข  บ้านพักข้าราชการส่วนราชการต่าง ๆ  ตลอดจนที่ดินบริเวณวัดอาทรรังสฤษฏิ์  ก็เป็นของโรงเรียนละงู  มีอาณาเขตดังนี้

                ทิศเหนือ  จดที่ดินนางอา กับนายหยัน  หมาดยูโส๊ะ

                ทิศตะวันออก  จดที่ดินนายสว่างกับนางอำไพ  อนิวัฒนเมธี

                ทิศใต้  จดถนนหลวงสายละงู  -  สตูล

                ทิศตะวันตก  จดที่ดินของนายวิโรจน์  บุญเกิดและนายเทพ  นิลสกุล  นายกำพล  แซ่ลิ่ม 

               ศาลเจ้ากวงกกเฮง

                อาคารเรียนมี 4  หลัง  แบบ 008  จำนวน  3  หลัง  แบบกรมสามัญ  1  หลัง  (สปอ.ละงูขอใช้)  บ้านพักแบบกรมสามัญจำนวน  15  หลัง  อาคารเอนกประสงค์  1  หลัง  (ชำรุด)  ส้วม 3  หลัง  17  ที่นั่ง เป็นแบบกรมสามัญ  401 จำนวน  2  หลัง  แบบ สปช. 600/16  จำนวน  2  หลัง

                บุคลากรขณะนั้นมีปฏิบัติราชการจริงจำนวน 32 คน  ชาย  10  คน  หญิง  22 คน  จำนวนนักเรียน  726  คน  นักเรียนชายจำนวน  359  คน  นักเรียนหญิง 367  คน  นักการชาย  3  คน  เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  ทางราชการสำรวจข้อมูลเพื่อจัดเป็นโรงเรียนปฏิรูปการศึกษาในปีการศึกษา 2540

                เมื่อปี พ.ศ. 2539  ได้รับงบประมาณปรับปรุงโรงเรียนให้เป็นปัจจุบันด้วยการทาสีและซ่อมแซมอาคารเอนกประสงค์  เพื่อใช้เป็นอาคารห้องสมุด  และได้รับงบประมาณปรับปรุงห้องปฏิบัติการทางภาษาพร้อมครุภัณฑ์

                พ.ศ. 2540  ได้รับงบประมาณปรับปรุงสนามบริเวณโรงเรียนจำนวน 200,000 บาท  ปรับปรุงห้องวิทยาศาสตร์  ห้องคอมพิวเตอร์  สร้างอาคารเอนกประสงค์หน้า สปอ.ละงู  ด้วยงบประมาณ 1,411,000 บาท

                พ.ศ. 2541  สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) ได้จัดสรรงบประมาณสร้างอาคารเรียนแบบ สปช2/28  จำนวน 1  หลัง  3 ชั้น  15 ห้องเรียน  ใช้งบประมาณ 5,350,500 บาท  สร้างเสร็จแล้วเมื่อวันที่ 4  พฤศจิกายน  2542

                นายประมูล  ชาชะ  ผู้อำนวยการโรงเรียนละงู  ได้เกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30  กันยายน  2542 

นายเกษม  ปิสิตโร  ผู้ช่วยผู้อำนวยการรักษาการในตำแหน่งจนถึงวันที่ 8  ธันวาคม 2542  ทางราชการจึงแต่งตั้งให้นายสัณห์  บินรินทร์  ผู้อำนวยการโรงเรียนตะโล๊ะใส  มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนละงู  ทางราชการได้เปลี่ยนชื่อจากละงูเป็นโรงเรียนอนุบาลละงู  เมื่อปี พ.ศ. 2541  กำหนดให้เป็นสหวิทยาเขตราชมงคลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุครบ 72  พรรษา

                ต่อมาทางราชการแต่งตั้งให้นายอุดมบินรินทร์ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลละงู  ไปดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านบากันโต๊ะทิด  สังกัด สปอ.เดียวกัน  เมื่อวันที่ 28  สิงหาคม 2543  และนายเกษม  ปิสิตโร  ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลละงู  เข้าโครงการเปลี่ยนเส้นทางชีวิต  เกษียณก่อนกำหนด เมื่อวันที่ 30  กันยายน 2543  จึงทำให้ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนว่างลงทั้ง 2  ตำแหน